ธรรมทัศน์จากคำสอนหลวงพ่อเทียน

คำสอน / ธรรมทัศน์ / ตอนที่ 183

ศาสนาอยู่ที่การรู้ตรง

วันที่ต้นฉบับ: 2023-01-06 · จากชุดคำสอนหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

ภาพคำสอนหลวงพ่อเทียน ลำดับ 183

ศาสนาอยู่ที่การรู้ตรง

ไม่ใช่แค่คำพูด ไม่ใช่แค่เรื่องที่ได้ยินมา

ตาเกิดมาเพื่อดู หูเกิดมาเพื่อฟัง

ดูให้เห็นว่าอะไรควร อะไรไม่ควร อะไรดี อะไรชั่ว

ฟังให้รู้ว่าอะไรนำไปสู่ความดี อะไรนำไปสู่ความชั่ว

เมื่อเราได้ยินคำสอนจากใคร ก็รับมาพิจารณา เอามาทำ เอามาดูในตัวเอง

บางคนสอนเรื่องไหว้ผี บางคนสอนเรื่องฤกษ์ยาม บางคนสอนเรื่องรักษาศีล

ใครรู้เรื่องใด ก็เอาเรื่องนั้นมาสอน

แต่ที่สุดแล้ว ศาสนาก็พาเรากลับมาที่ตัวเราเอง

กลับมาดู กลับมารู้ กลับมาสัมผัสตรง ๆ

พุทธศาสนา คือการรู้สึกต่อการเคลื่อนไหว

รู้สึกในกาย รู้สึกในใจ ขณะที่กำลังทำอยู่นั่นแหละ

ให้ความรู้สึกตัวเกิดขึ้น ให้ความตื่นรู้เกิดขึ้น

เมื่อรู้สึกที่เนื้อที่ตัว กายก็เหมือนเริ่มตื่นของมันเอง

เมื่อรู้สึกที่ใจ ใจก็เหมือนค่อย ๆ เปลี่ยน ค่อย ๆ มีอำนาจเหนือใจของมันเอง

เหมือนของที่คว่ำอยู่ ได้หงายขึ้นมา

เหมือนเกลียวที่ขันแน่น ได้คลายออก

แล้วเราจึงเริ่มเห็น

เห็นบาป เห็นบุญ เห็นความมืด เห็นความสว่าง

บาป คือยังไขไม่ออก คือยังหงายของที่คว่ำอยู่ไม่ได้

บุญ คือคลายออกได้ คือหงายขึ้นได้ คือเริ่มเห็นตามจริง

เมื่อเห็นอย่างนี้ จึงรู้ว่า นี่แหละคำสอนของพระพุทธเจ้า

เป็นคำสอนของผู้รู้จริง เพราะรู้แจ้ง เพราะเห็นตามความเป็นจริง

เรื่องทุกข์ก็เช่นกัน

เราพูดได้ แต่ยังไม่จำเป็นต้องรู้จริง

ทุกข์ ไม่ใช่แค่ปวดแข้งปวดขา ไม่ใช่แค่ปวดหลังปวดเอว

แต่คือการเคลื่อนไหวของกายและใจ ที่เกิดขึ้นอยู่ทุกอิริยาบถ

ถ้านั่งนานแล้วปวด ก็รู้แล้วเปลี่ยนท่า ให้เป็นไปตามธรรมชาติ

ไม่ฝืน ไม่ยื้อ ไม่กดไว้

เมื่อปล่อยให้เป็นไปตามอิริยาบถ จึงค่อยเห็นทุกขัง เห็นอนิจจัง เห็นอนัตตา อย่างใกล้ชิด

เพราะถ้าฝืนธรรมชาติ ก็ต้องทุกข์

เด็กก็รู้เจ็บ คนเฒ่าก็รู้เจ็บ คนปฏิบัติก็รู้เจ็บ คนไม่ปฏิบัติก็รู้เจ็บ

แต่การรู้เจ็บอย่างเดียว ยังไม่ใช่การรู้ทุกข์ตามทางนี้

แม้การกะพริบตา การเหลือบซ้ายเหลือบขวา ก็มีความเป็นทุกข์อยู่ในนั้น

เพราะกายนี้ยังเคลื่อนไหว และมันบังคับบัญชาไม่ได้

อนิจจัง คือไม่เที่ยง เป็นไปตามธรรมชาติ

อนัตตา คือไม่อยู่ในอำนาจบังคับของเรา

เมื่อกลับมารู้อย่างนี้ จึงเห็นชัดว่า พระพุทธเจ้าท่านสอนให้รู้ทุกข์ ให้รู้เหตุของทุกข์ ให้รู้ทางพ้นทุกข์

ทุกข์คือการเคลื่อนไหวของกายและใจ สมุทัยคือตัวคิด คือตัวสังขาร คือตัววิญญาณที่มารวมกันจนเป็นเรื่องเป็นราว

ถ้ายังรู้ไปแต่ข้างนอก รู้ผี รู้เทวดา รู้สารพัดอย่าง แต่ไม่รู้ความคิดของตัวเอง

นั่นยังไม่พอ

เพราะบางทีความรู้เช่นนั้น อาจทำให้เกิดความดีใจ ภูมิใจ รู้สึกว่าตัวเองรู้มาก

แล้วก็เผลอไปสอนคนอื่น เผลอไปรู้โน่นรู้นี่ แต่ไม่รู้ใจตัวเอง

ตอนนั้นต้องระวัง เพราะอาจเป็นเพียงความรู้ของวิปัสสนู

รู้ไปมาก รู้ไปทั่ว แต่ยังไม่รู้ความคิด

ทางที่แท้ ต้องกลับมาดูตัวเอง

ดูรูป ดูนาม ดูการทำของรูป ดูการทำของนาม

รู้ทุกขัง รู้อันไม่เที่ยง รู้สิ่งที่บังคับไม่ได้

นี่เป็นเพียงขั้นต้น เหมือนก้าวแรก เหมือนรอบแรก

แต่เป็นก้าวที่สำคัญมาก

เพราะเมื่อรู้ตรงนี้แล้ว ก็ไม่ทุกข์กับสิ่งเหล่านั้น

ไม่กลัวผี ไม่กลัวเทวดา ไม่กลัวเครื่องรางของขลัง

แล้วค่อยก้าวต่อไป มารู้ความคิดของตัวเอง

เหมือนเริ่มเข้าไปอีกขั้น เหมือนเสียค่าผ่านประตู

พอความคิดโผล่ เราก็รู้ทันทีว่า อ้อ มันคิดขึ้นมา

ไม่ตามมันไป ไม่หลงไปกับมัน

ทำเหมือนแมวกับหนู

หนูโผล่มาเมื่อไร แมวก็จับได้ทันที

เมื่อรู้บ่อยเข้า รู้ทันเข้า ก็คอยดูอยู่

ทำความรู้สึกตัว ทำความตื่นตัว

ให้กายเคลื่อนไหวก็รู้ก่อน ให้ใจนึกคิดก็รู้ก่อน

แล้วประตูของความเป็นพระ ก็เปิดออกตรงนี้เอง

ไม่ใช่เพราะเปลี่ยนรูปกาย แต่เพราะใจที่รู้แล้ว เปลี่ยนแล้ว

ใจที่เห็นจริง ไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิม

นั่นแหละสัจธรรม

ของจริง ของแท้ ไม่แปรผัน

รู้แล้วก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น ไม่รู้แล้วก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น

เมื่อเห็น เมื่อรู้ เมื่อเข้าใจจริง

ใจก็เป็นอิสระ เป็นอยู่อย่างนั้น

การเห็นเช่นนี้ เรียกว่าพุทธะ

คือผู้ตื่น ผู้รู้ ผู้เบิกบาน

ให้กลับมารู้สึกตัวในกาย รู้สึกตัวในใจ ในทุกการเคลื่อนไหว

ตรงนั้นเอง ธรรมะจะค่อย ๆ เปิดเผยตัว ไม่ต้องไปหาไกล

#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati

Minimal Quote

รู้กายรู้ใจตามจริง นี่แหละทางพ้นทุกข์

อ่านคำสอนต้นทาง ตอนที่ 183